วันพุธที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

เสียดาย คนเป็นมะเร็งไม่ได้อ่าน

เป็นห่วงนักพัฒนาซอฟต์แวร์ทั้งหลาย ที่มีชีวิตประจำวันนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ การใช้ชีวิตประจำวันก็ต่างไปจากคนปกติทั่ว ๆ ไป ไม่มีเวลาออกกำลังกาย ทานอาหารไม่ตรงเวลา เหล่านี้ย่อมก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย รวมถึงความเครียด รวมถึงผู้เขียนที่พักหลัง ๆ พัฒนาเวบไซต์ http://www.thai-gpstracker.com ขึ้นใหม่ เพื่อให้สามารถอ่านและทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้น ต้องขอขอบพระคุณบจก.ไทย พรอสเพอรัส ไอที เอื้อเฟื้อพื้นที่เวบไซต์ดี ๆ  เป็นประจำทุก ๆ ครั้งที่หากได้พบเจอบทความใด ๆ ที่เป็นประโยชน์ ก็ไม่พลาดเช่นกันในการนำเสนอ เพื่อเป็นการประกันว่าข้อมูลดี ๆ จะยังคงอยู่ให้ได้สืบค้นกันต่อไปในภายภาคหน้า

ณ บ้านพระอาทิตย์
        โดย...ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
       
        คนไทยในยุคนี้เป็นโรคมะเร็งกันมากขึ้น สังเกตดูว่าในช่วงหลังๆนี้เวลาไปงานศพเราจะพบว่าสาเหตุการเสียชีวิตของคนส่วนใหญ่ในวันนี้คือถ้าไม่เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดและหัวใจ ก็เป็นโรคมะเร็ง
        
         ความทุกข์ของผู้ป่วยมะเร็งนั้นนอกจากจะมีความทุกข์กายและทุกข์ใจแล้ว ญาติสนิทและผู้ใกล้ชิดอาจมีความเครียดเสียยิ่งกว่าว่าจะหาหนทางรักษาอย่างไรดีจึงจะดีที่สุด และคนจำนวนไม่น้อยก็มีความวิตกกังวลถึงวิธีการรักษาโดยการใช้คีโมบำบัดและการฉายแสงนั้น ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าผู้ป่วยนั้นจะหายได้จากโรคร้ายหรือไม่
       
         ครั้นจะเข้าหาแนวทางธรรมชาติบำบัดก็ดูจะมีความเครียดไปในอีกทางหนึ่งว่า การใช้ธรรมชาติบำบัดเกี่ยวกับการรักษาโรคมะเร็งนั้นดูจะมีความหลากหลายจนไม่รู้ว่าจะเชื่อสูตรไหนดี และข้อสำคัญมีสูตรห้ามกินและให้กินอาหารที่ขัดแย้งกันเองเสียอีก ความทุกข์นี้บางครั้งไม่รู้ว่าจะเชื่อใครดีจนถึงขั้นมีความเครียดยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
       
         ถึงวันนี้ด้วยวิวัฒนาการทางวิทยาศาสตร์ทำให้เราเข้าใจได้มากขึ้นว่าการป่วยเป็นโรคมะเร็งนั้นจะสามารถตรวจสอบด้วยการกลายพันธุ์หรือความเสียหายที่เกิดขึ้นในระดับรหัสพันธุกรรมของมนุษย์ซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น อาหาร อาการ น้ำดื่ม ความเครียด มลพิษ ฯลฯ
       
         ผมเคยมีความมุ่งมั่นว่าจะรวบรวมงานวิจัยต่างๆที่เกิดขึ้นในโลกเกี่ยวกับมะเร็งที่คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่รู้ ซึ่งผมตัดสินใจที่จะทยอยตีพิมพ์ลงคราวนี้บางส่วนไปก่อนเพราะไม่รู้ว่าหนังสือ “ASTV-ผู้จัดการ สุดสัปดาห์”จะกลับมาอีกเมื่อไหร่ ดังนั้นจึงต้องรีบเผยแพร่เสียก่อนที่ท่านผู้อ่านจะพลาดโอกาส
       
        ใครก็ตามเมื่อรู้ข่าวว่าตัวเองหรือคนที่เรารักเป็นมะเร็ง จะต้องตระหนักว่า “หลักคิด”การรักษาโดยแพทย์แผนปัจจุบัน กับแนวทางแพทย์ทางเลือกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และหลายอย่างขัดแย้งกันเอง ถ้าตัดสินใจจะผสมผสานใช้ควบคู่กันไป สุดท้ายแล้วจะสับสนและเครียดกับคำขู่ของทั้งสองทางเลือก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารว่าอะไรควรกิน และอะไรไม่ควรกิน
       
         เพราะการรักษาแผนปัจจุบันมีข้อเด่นอยู่มากว่าแม้จะไม่ได้รักษาที่ต้นเหตุแต่หากรักษาสำเร็จก็จะได้ผลอย่างรวดเร็วและหยุดมะเร็งได้ทัน แต่ก็มีข้อเสียคือการรักษาวิธีนี้ได้ทำลายเซลล์ดีไปด้วยจึงอาจทำให้ร่างกายทรุดโทรมทรมานและอ่อนแอลง จำเป็นต้องให้อาหารที่มีโภชนาการครบถ้วนในการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ถึงกระนั้นก็ไม่มีหลักประกันว่าจะหายเสมอไปและการรักษาในแนวทางนี้ก็ยังมีโอกาสที่มะเร็งจะลุกลามจนเสียชีวิตได้ด้วย
       
        ในขณะที่การรักษาในแนวทางธรรมชาติบำบัดแม้จะไม่ทุกข์ทรมานในการรักษา แต่จะเน้นรักษาที่การปรับพฤติกรรมโดยเฉพาะอาหารที่เป็นต้นเหตุแต่นอกจากจะไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว ยังก็มีข้อเสียว่าอาจไม่ทันการลุกลามของมะเร็งที่เกิดขึ้นแล้วเช่นกัน
       
         ดังนั้นสำหรับผมแล้วจึงเห็นว่าการรับมือกับโรคมะเร็งที่ดีที่สุดคือการใช้แนวทางธรรมชาติบำบัดเพื่อ “การป้องกัน” จึงสำคัญที่สุด
       
         แต่ถ้าเกิดขึ้นแล้วเงื่อนไขที่ต้องพิจารณาอย่างยิ่งยวดคือ เรามีเวลาเหลือเท่าไหร่ ถ้ามีเวลาเหลือมากพอ ก็น่าจะเลือกแนวทางธรรมชาติบำบัดให้เต็มที่เสียก่อนแล้วดูสัญญาณว่าดีขึ้นหรือแย่ลง อาจเป็นดัชนีชี้วัดให้ตัดสินใจชั่งน้ำหนักอีกครั้งหนึ่งว่าควรจะไปแนวทางใด
       
        ในขณะเดียวกันหากเกิดโรคนี้แล้วจะต้องตัดสินใจว่าจะใช้แนวทางแผนปัจจุบันด้วยการฉายแสงหรือคีโมได้หรือไม่ หรือจะใช้แนวทางธรรมชาติบำบัดดี ก็ควรจะต้องตรวจเลือดเพื่อถอดรหัสพันธุกรรมเสียก่อน เพราะการถอดรหัสพันธุกรรมเสียก่อนที่จะตัดสินใจนั้นจะทำให้รู้ก่อนว่าการคีโมและการฉายแสงนั้นจะได้ผลจริงหรือไม่ ถ้ารู้ว่าได้ผลก็เดินหน้าไปแนวทางแพทย์แผนปัจจุบันเพื่อไม่ให้เสียโอกาส
       
        แต่ในขณะเดียวกันหากรู้ล่วงหน้าว่าการคีโมและฉายแสงจะไม่ได้ผลก็หันไปเลือกแนวทางธรรมชาติบำบัดได้ทันที หรือแม้แต่หากรู้ว่ามีงบประมาณอันจำกัดไม่สามารถที่จะรองรับในแพทย์แผนปัจจุบันแล้ว ก็เดินสู่ธรรมชาติบำบัดได้โดยไม่ต้องลังเล
       
        ท่านที่สนใจที่จะตรวจเลือดเพื่อถอดรหัสพันธุกรรมสามารถรับการตรวจได้ที่ Man Nature Lab Center ที่อาคารบี บ้านพระอาทิตย์ ถนนพระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพ 10200 เปิดทำการวันอังคาร ถึง วันอาทิตย์ สนใจติดต่อรายละเอียดได้ที่ 096-065-3684 และ 096-065-3685
       
        และขอย้ำว่าไม่ว่าจะเลือกหนทางใด ก็ขอให้เชื่อมั่นและศรัทธาว่าดีแล้ว เพราะพลังจิตนี่แหละจะเป็นส่วนสำคัญการสังเคราะห์ระบบฮอร์โมนในร่างกายที่จะทำให้เราอ่อนแอลงหรือเข้มแข็งขึ้นได้ด้วย และข้อมูลต่อไปนี้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เท่าที่ได้รวบรวมมาดังต่อไปนี้
       
        1. รับประทานผักให้มากลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง
        ดร.อ๊อตโต้ วอร์เบิร์ก นักวิทยาศาสตร์ผู้ได้รับรางวัลโนเบล ได้พบว่ามะเร็งนั้นสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาวะความเป็นกรดและไม่มีออกซิเจน ซึ่งอาหารที่เป็นกรดได้แก่ โปรตีน เนื้อสัตว์ ไขมัน แป้ง น้ำตาล ซึ่งควรบริโภครวมกันไม่เกิน 30% ในขณะที่อาหารที่มีฤทธิ์เป็นด่างส่วนใหญ่อยู่ในรูปของผักและผลไม้รสเปรี้ยวควรบริโภคให้ได้ถึง 70% หากยังบริโภคในอัตราส่วนนี้ไม่ได้ควรดื่มน้ำที่มีฤทธิ์เป็นด่างไม่ว่าจากพืชหรือน้ำด่างให้เพิ่มมากขึ้น
       
         อย่างไรก็ตามการรับประทานอาหารมังสวิรัติจะลดอัตราความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งได้อย่างมาก โดยการสำรวจชาวมังสวิรัติ เซเว่น เดย์ แอดเวนติสต์ ในแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวน 22,940 พบว่าโดยเฉลี่ยแล้วผู้ชายที่รับประทานอาหารมังสวิรัติมีอายุยืนกว่าชายในแคลิฟอร์เนียทั่วไป 7.3 ปี ในขณะที่ผู้หญิงที่รับประทานอาหารมังสวิรัติมีอายุยืนกว่าผู้หญิงทั่วไปในแคลิฟอร์เนียประมาณ 4.4 ปี
       
        ทั้งนี้การศึกษาดังกล่าวพบว่าชาวเซเว่น เดย์ แอดเวนติสต์ มีอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งต่ำกว่าชาวแคลิฟอร์เนียเป็นอย่างมาก โดยผู้ชายที่รับประทานอาหารมังสวิรัติกลุ่มนี้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งน้อยกว่าผู้ชายทั่วไปที่อาศัยอยู่ในแคลิฟอร์เนียถึง 60% ส่วนผู้หญิงที่รับประทานอาหารมังสวิรัติเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งน้อยกว่าผู้หญิงชาวแคลิฟอร์เนียทั่วไปถึง 76%
       
         โดยการสำรวจข้างต้นยังพบอีกว่าชาวมังสวิรัติเสียชีวิตโดยโรคมะเร็งปอดน้อยกว่าคนแคลิฟอร์เนียทั่วไป 21% เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งลำไส้น้อยกว่า 62 % โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีอัตราการเสียชีวิตโรคมะเร็งเต้านมน้อยกว่า 82% ดัชนีชี้วัดนี้แสดงให้เห็นว่าการับประทานอาหารมังสวิรัติลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งได้มากกว่า
       
         นอกจากนี้ยังพบการสำรวจของชาวเซเว่น เดย์ แอดเวนติส ได้รณรงค์พฤติกรรม 5 อย่างที่ใช้กันมานานกว่า 100 ปี คือ 1.ไม่สูบบุหรี่ 2. กินอาหารจากพืช 3. กินถั่วหลายๆครั้งต่อสัปดาห์ 4.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ 5. รักษาระดับน้ำหนักของร่างกายให้อยู่ระดับปกติ จะสามารถยืดอายุได้มากขึ้นกว่าปกติถึง 10 ปี
       
         การศึกษาดังกล่าวยังพบว่าการดื่มไวน์แดงแลไวน์ขาวมีความสัมพันธ์กับการเพิ่มของโรคมะเร็งลำไส้, ในขณะที่การบริโภคพืชตระกูลถั่วจะป้องกันโรคมะเร็งลำไส้, ผู้ชายที่บริโภคมะเขือเทศในปริมาณที่มากจะลดอัตราเสี่ยงของโรคมะเร็งต่อมลูกหมากได้ถึง 40% และการดื่มนมถั่วเหลืองมากว่า 1 ครั้งต่อวันอาจจะลดความเสี่ยงโรคมะเร็งต่อมลูกหมากได้ถึง 70%
       
        2. กินน้อยกว่าเสี่ยงเป็นมะเร็งน้อยกว่า
        จากงานวิจัยพบว่าการจำกัดแคลอรี่ (Calorie Restriction) ในการโภชนาการจะทำให้เรามีอายุยืนขึ้นได้ ทั้งการทดสอบในหนูและลิง และอาจเป็นเหตุผลว่าคนที่รับประทานอาหารมังสวิรัติที่มีแคลอรี่ต่ำกว่านั้นจึงได้มีอายุยืนกว่า รศ.ดร.คล้ายอัปสร พงศ์รพีพร นักชีวเคมีผู้เชี่ยวชาญการถอดรหัสพันธุกรรม จาก Man Nature Lab Center ได้รายงานาการศึกษาชิ้นหนึ่งเป็นการศึกษาในหนูที่รหัสพันธุกรรมขาดโปรตีน p53 (ทำให้ไม่สามารถกำจัดเซลล์มะเร็งได้) เทียบกับหนูปกติ
       
        เมื่อให้หนูกินอาหารปกติ อายุเฉลี่ยของหนูที่รหัสพันธุกรรมขาดโปรตีน p53 เป็น 104 วัน ในขณะที่หนูที่ปกติอายุยืนกว่าคือ 470 วัน แต่เมื่อหนูทั้ง 2 กลุ่มกินอาหารที่จำกัดแคลอรีลง โดยให้ลดลงเหลือเพียง 60% ของจำนวนแคลอรีปกติ ปรากฏว่าอายุขัยยืนยาวขึ้น โดยหนูที่ขาดโปรตีนอายุขัยเพิ่มขึ้นเป็น 169 วัน (เพิ่มขึ้น 62%) ในขณะที่หนูที่ปกติอายุยืนขึ้นเป็น 648 วัน (เพิ่มขึ้น 38%)
       
        3. บริโภคอาหารที่ช่วยกระตุ้นในการกำจัดมะเร็ง
        การบริโภคพืชผักและผลไม้สามารถป้องกันมะเร็งได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผักบล็อกโคลี่ กะหล่ำปลี ขมิ้นชัน และแหล่งอาหารที่มีบิวไทยเรต เช่น ถั่วเขียว และผลไม้ที่ส่วนใหญ่มีรสเปรี้ยว นอกจากนี้จากงานวิจัยวัดค่าความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระที่สุดในโลกโดยการวัดค่าความสามารถในการดูดซับอนุมูลอิสระออกซิเจน (ORAC) พบว่ากลุ่มเครื่องเทศมีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุดในโลก สูงกว่าผักและผลไม้ทุกชนิดในโลก ที่พบในไทยมากได้แก่ กานพลู ขมิ้นชัน อบเชย ฯลฯ
       
        4. หยุดหวานทุกชนิด
        น้ำตาลกลายเป็นปัญหาหลักของโรคมะเร็ง เพราะมะเร็งจะใช้การย่อยสลายกลูโคสในการเจริญเติบโตของมะเร็ง อันตรายที่สุดคือน้ำตาลทรายขาว ข้าวขาว ที่จะดูดซึมเข้าไปเลี้ยงเซลล์มะเร็งให้เจริญเติบโตได้ง่ายที่สุด แม้แต่น้ำตาลจากผลไม้หวานก็มีการศึกษาโดยมหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนีย ลอส แองเจิลลิส ประเทศสหรัฐอเมริกาว่าสามารถทำให้เซลล์มะเร็งโตได้เช่นกัน
       
        5. โปรตีนจากเนื้อสัตว์ทำให้มะเร็งโตได้
        การศึกษาเชิงเปรียบเทียบระดับนานาชาติที่ชื่อว่า China Study โดย ดร.ที คอลลิน แคมเบลล์ ได้รายงานว่าผลการทดสอบให้หนูที่ได้รับสารก่อมะเร็ง พบว่าการให้โปรตีนจากสัตว์โดยนมวัวนั้นเซลล์มะเร็งเพิ่มตามสัดส่วนปริมาณนมวัว 20% และเซลล์มะเร็งจะลดขนาดลงเมื่อให้ปริมาณนมวัวที่ลดลง ในขณะที่หนูที่ได้รับโปรตีนจากนมวัวในระดับต่ำเพียงแค่ 5% ไม่พบการเจริญเติบโตของกลุ่มมะเร็งเลย ในขณะเดียวกันพบว่าโปรตีนจากพืชก็ไม่ได้ทำให้เซลล์มะเร็งเจริญเติบโตเช่นกันไม่ว่าจะให้มากในปริมาณที่เท่ากับนมวัวก็ตาม
       
        6. หยุดไขมันไม่อิ่มตัว
        ยกเว้นโอเมก้า 3 หรือกรดไลโนเลนิคซึ่งมีผลทำให้ความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งลดลงแล้ว ได้มีงานวิจัย พ.ศ. 2527 ซึ่งตีพิมพ์วารสถาบันมะเร็งแห่งชาติ โดย Reddy และ Maeura ได้ทำการทดลองในหนูโดยฉีดสารก่อมะเร็งลำไส้ แล้วเลี้ยงด้วยน้ำมันหลายชนิดแล้วพบว่าน้ำมันที่ไม่อิ่มตัวมากที่สุดกลับเพิ่มอัตราการเกิดเนื้องอกมากที่สุด (ข้าวโพดและดอกคำฝอย) ไขมันที่ไม่อิ่มตัวน้อยหรือตำแหน่งเดียวคือน้ำมันมะกอกพบเนื้องอกเจริญเติบโตเล็กน้อย ในขณะที่น้ำมันมะพร้าวไม่พบการเจริญเติบโตของเนื้องอกเลย
       
         ส่วนไขมันทรานส์ที่เกิดขึ้นจากไขมันไม่อิ่มตัวทั้งจากการเติมไฮโดรเจนก็ดี หรือจากการโดนความร้อนก็ดีล้วนแล้วแต่เป็นการเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งทั้งสิ้น
       
         นอกจากนี้แล้วการศึกษาโดย Cohen และคณะหลายชิ้นซึ่งตีพิมพ์ในวารสารสถาบันมะเร็งแห่งชาติยังได้รายงานถึง 4 ชิ้นระหว่างปี พ.ศ. 2527- พ.ศ.2530 ว่าน้ำมันมะพร้าวมีผลทำให้การเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมชะงักลง
       
         น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์มีกรดลอริก เมื่อย่อยแล้วได้สารชื่อ โมโนลอริน มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อก่อโรครวมถึงแบคทีเรีย เชื้อรา และไวรัสที่เป็นสาเหตุของมะเร็งบางชนิด เช่น Human Papilloma Virus (HPV) ซึ่งเป็นไวรัสที่เป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูก, ไวรัส Epstein Barr Virus ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของมะเร็งโพรงหลังจมูกและมะเร็งต่อมน้ำเหลือง, ไวรัส Herpes Simplex Virus Type 2 ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว, ไว้รัสตับอักเสบชนิดบี ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งในตับ, แบคทีเรียชนิด Helicobacter Pyroli ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร, เชื้อรา Aspergillus flava ซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งตับ ฯลฯ
       
        7. จากสถิติคนไทยพบว่าผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีส่วนใหญ่มีปัจจัยเสี่ยงมาจากการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับที่มีการระบาดในภาคอีสาน หมายความว่าควรหยุดรับประทานปลาน้ำจืดดิบ และปรุงสุกแทนเท่านั้น
       
        8. เมื่อปี พ.ศ. 2556 คณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ตีพิมพ์รายงานชิ้นสำคัญในวารสารทางการแพทย์ต่างประเทศระบุว่าการนวดไทยแบบเบาๆร่วมกับการใช้น้ำมันหอมระเหยนั้นสามารถเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันให้ผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ที่ได้รับคีโมให้ฟื้นตัวได้ จึงต่างจากความเชื่อเดิมว่าห้ามผู้ป่วยมะเร็งนวดไทยเพราะจะทำให้มะเร็งลุกลาม
       
        9. ล้างสารพิษสิ่งตกค้างในตับลำไส้ จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยแห่งซินซินเนติ มลรัฐโอไฮโอ ประเทศและสหรัฐอเมริกา พ.ศ. 2544 พบว่าสารพิษจำพวกยาฆ่าแมลงและสารพิษตกค้างจากหม้อแปลงไฟฟ้าที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งหลายชนิดละลายอยู่ในรูปของไขมันสามารถออกได้เส้นทางหลักคือ “น้ำดี” ในขณะที่ การวิจัยเรื่องการขับโลหะหนักแคดเมียมในหนู (ซึ่งแคดเมียมเป็นโลหะหนักชนิดหนึ่งที่ก่อให้เกิดมะเร็ง)ตีพิมพ์เมื่อ เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2521 ตีพิมพ์ในวารสาร Environ Health Perspect พบว่าเส้นทางในการขับแคดเมียมหลักคือลำไส้และน้ำดี ดังนั้นหลักสูตรการล้างพิษตับที่ล้างทั้งลำไส้และขับน้ำดีออกนั้นจึงเท่ากับมีโอกาสที่จะขับพิษที่เป็นสารก่อมะเร็งได้หลายชนิดที่ละลายอยู่ในรูปของไขมัน
       
        10. พักผ่อนให้เพียงพอ ทำจิตใจให้แจ่มใส ไม่เครียด เพราะความเครียดทำให้ร่างกายมีความต้องการน้ำตาลไปเลี้ยงสมองมากขึ้น เมื่อน้ำตาลมีมากในกระแสเลือดก็จะเป็นอาหารชั้นดีในการทำให้เซลล์มะเร็งเจริญเติบโตขึ้นได้เช่นกัน

ขอขอบพระคุณที่มา http://www.manager.co.th/Weekend/ViewNews.aspx?NewsID=9570000087517

วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2559

น้ำเต้าหู้ของฝากให้คนที่คุณรัก

น้ำเต้าหู้ของฝากให้คนที่คุณรัก


คุณรู้มั๊ยว่า ... ถั่วเหลืองมีความอัศจรรย์อย่างไร โดยเฉพาะคนวัยทองไม่ว่าหญิงหรือชาย ผลการศึกษาพบว่า น้ำเต้าหู้หรือผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากถั่วเหลืองทุกชนิดมีประโยชน์ ต่อต้านการเป็นมะเร็ง ทั้งมะเร็งเต้านม มะเร็งมดลูก และมะเร็งต่อมลูกหมาก เพราะมีสารไอโซฟลาโวน

ลดโคเลสเตอรอล ป้องกันหลอดเลือดอุดตันเพราะมีกรดไลโนเลอิก

ป้องกันการเกิดโรคหัวใจ เพราะกรดแอลฟาไลโนเลนิก ช่วยลดไตรกลีเซอไรด์

ป้องกันโรคกระดูกพรุน เสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง เนื่องจากมีแคลเซียม ส่วนไขมันมีต่ำกว่านมมาก

ที่สำคัญ ช่วยให้ไม่แก่ก่อนวัย ร่างกายเจริญเติบโตแข็งแรง เพราะมีโปรตีนมากกว่าเนื้อ!!! แถมเป็นโปรตีนคุณภาพดีราคาถูก

ทำให้ผิวพรรณสวยงาม เพราะวิตามินอี ช่วยชะลอการเสื่อมของสภาพผิว

ช่วยในการสร้างเซลล์สมองและเซลล์ประสาท ให้มีประสิทธิภาพ เพราะมีเลซิตินมากกว่าไข่

ช่วยไม่ให้เกิดต้อกระจกนัยน์ตา ป้องกันรังสีเอ็กซ์

ลดอาการร้อนวูบวาบในสตรีวัยทอง

ช่วยให้เลือดหยุดไหลได้เร็วขึ้น เมื่อเกิดบาดแผล

ลดอาการช่องคลอดแห้ง


รู้อย่างนี้แล้ว วันนี้คุณดื่มน้ำเต้าหู้แล้วหรือยัง !!!

 

เรื่องราวอะไรที่ดีมีประโยชน์ผ่านไปพบเจอมา ผู้เขียนต้องนำเข้ามาบอกเล่า ถ่ายทอดประสพการณ์ให้รับทราบเพื่อให้ได้นำไปปฏิบัติในอนาคต โดยเฉพาะเนื้อหาในแนวสุขภาพ ร่างกาย หากร่างกายไม่พร้อมความสำเร็จย่อมเป็นไปไม่ได้ พื้นที่เวบไซต์ดี ๆ สนับสนุนโดย ไทย พรอสเพอรัส ไอที ผู้นำด้านการให้บริการระบบจีพีเอสติดตามรถยนต์ สินค้ามาตรฐาน นำเข้าจากยุโรปโดยตรง คุ้มค่ากว่า ประหยัดกว่า 

วันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ความดันโลหิต ออกกำลังกาย อารมณ์แจ่มใส จะทำให้ห่างไกลโรค

อธิบดีกรมการแพทย์ เผย ความดันโลหิตสูงเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหัวใจและหลอดเลือด ภาวะไตวาย แนะวิธีปฏิบัติตนเพื่อควบคุมระดับความดันโลหิตด้วยอาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์แจ่มใสจะทำให้ห่างไกลโรค
       
        นายแพทย์ สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ทุกวันที่ 17 พฤษภาคม ของทุกปี สมาพันธ์ความดันโลหิตสูงโลก กำหนดให้เป็นวันความดันโลหิตสูงโลก เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนเกิดความตื่นตัวในการป้องกันโรคดังกล่าว เนื่องจากสถิติองค์การอนามัยโลกพบผู้ที่มีความดันโลหิตสูงถึง 1,000 ล้านคน ทำให้เป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของคนทั่วโลก สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทยพบอัตราการป่วยและเข้ารับการรักษาในสถานบริการสาธารณสุขด้วยโรคความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่น่ากังวล คือ จำนวนผู้ที่มีความดันโลหิตสูงร้อยละ 60 ในเพศชาย และร้อยละ 40 ในเพศหญิงไม่เคยได้รับการวินิจฉัยมาก่อน เนื่องจากไม่ทราบว่าตนเองมีความดันโลหิตสูง เพราะโรคนี้จะไม่ปรากฏอาการชัดเจนในช่วงแรก แต่จะมีภาวะระดับความดันโลหิตสูงเรื้อรัง ซึ่งค่าความดันปกติ ถือเอาค่าตัวบนน้อยกว่า 120 มิลลิเมตรปรอท และค่าตัวล่างน้อยกว่า 80 มิลลิเมตรปรอท หากค่าดังกล่าวสูงเกินกำหนดต่อเนื่องและไม่ได้รับการรักษาแรงดันในหลอดเลือดที่สูงจะไปทำลายผนังหลอดเลือดและอวัยวะที่สำคัญทั่วร่างกาย ส่งผลกระทบที่รุนแรงต่ออวัยวะในร่างกาย ทำให้เส้นเลือดแดงแข็ง ลดความเร็วการไหลเวียนเลือดและออกซิเจนไปสู่หัวใจ เป็นสาเหตุให้เกิดภาวะหัวใจวาย เส้นเลือดในสมองอุดตัน/แตก (Stroke) ทำให้เกิดความพิการหรืออัมพาตได้ นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบทำให้การทำงานของไตล้มเหลว หรือ ที่เรียกว่าภาวะไตวาย
       
        อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมหรือป้องกันให้อยู่ในภาวะปกติได้ ด้วยการควบคุมอาหารที่มีผลต่อความดันโลหิต ซึ่งอาหารที่มีเกลือ (โซเดียม) สูง เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดความดันโลหิตสูงจึงควรลดการรับประทานอาหารผ่านกระบวนการอาหารสำเร็จรูป อาหารหมักดอง อาหารกระป๋องและอาหารขยะ (junk food) ซึ่งเป็นแหล่งอาหารที่มีโซเดียมสูง เช่น ขนมถุง แฮมเบอร์เกอร์ ไก่ทอด ไส้กรอก เป็นต้น ลดอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง เพิ่มการบริโภคผักและผลไม้ที่หวานน้อย เช่น พืชตระกูลถั่ว กล้วย ส้ม แตงโม ควรลดการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และงดการสูบบุหรี่ ทำอารมณ์ให้แจ่มใส ไม่เครียด การออกกำลังกายโดยการใช้แรงในชีวิตประจำวัน เช่น การขึ้นบันไดแทนลิฟต์ การเดินไปตลาด ทำงานบ้าน ปลูกต้นไม้ทำสวน ฯลฯ จะสามารถช่วยลดระดับความดันโลหิตได้ดี ในกรณีผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงเกิดความดันโลหิตสูง คือ ผู้ที่บริโภคอาหารไม่ได้สัดส่วน กินของหวาน มัน เค็มจัด รับประทานผักและผลไม้น้อย ภาวะอ้วน ขาดการออกกำลังกาย ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่และมีภาวะเครียด รวมทั้งอายุที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลให้ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้น จึงควรได้รับการตรวจคัดกรองอยู่เสมอ ด้วยการตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง สำหรับผู้ที่เป็นโรคนี้อยู่แล้วต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง และพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอตลอดจนวัดความดันโลหิตเป็นประจำพร้อมจดบันทึก ใช้ชีวิตประจำวันได้เช่นคนปกติ

     สุดท้ายต้องขอขอบพระคุณข้อมูลดี ๆ จากเวบไซต์ผู้จัดการ และต้องไม่พลาดติดตามระบบติดตามรถยนต์ที่คุณภาพดีราคาประหยัด ลองแวะไปเยี่ยมชมที่เวบไซต์  http://www.thaigpstrack.com

วันอังคารที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2559

ดึงข้อมูลจากฐานข้อมูล MySql แปลงเป็นข้อมูลแบบ JSON

หลังจากที่ผู้เขียนได้นำเสนอบทความ วิธีการอ่านค่า JSON ไฟล์ไปจัดเก็บในโปรแกรมฐานข้อมูล MySql กันไปเมื่อครั้งที่แล้ว สำหรับในบทความนี้จะเป็นการนำเสนอวิธีการดึงข้อมูลจากฐานข้อมูล MySql แปลงเป็นข้อมูลแบบ JSON กัน สำหรับเนื้อหาในครั้งนี้จะเป็นการอธิบายต่อเพิ่มเติมจากเนื้อหาเดิม สำหรับผู้อ่านที่ยังไม่ได้ติดตามกันมาตั้งแต่ต้น แนะนำให้ไปทำความเข้าใจกับ วิธีการอ่านค่า JSON ไฟล์ไปจัดเก็บในโปรแกรมฐานข้อมูล MySql เสียก่อน

สำหรับเนื้อหาในส่วนของนำเสนออื่น ๆ สามารถติดตามได้ที่เวบไซต์ s-techthai.com นำเสนอเรื่องราวดี ๆ จากประสพการณ์จริงมาบอกเล่า เพื่อว่าวันหนึ่งเรื่องที่เราเคยทำไปแล้ว หากต้องการทำซ้ำอีก เราได้เคยจดบันทึกไว้แล้วนั่นเอง

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเราลองไปสร้างสคริปทดสอบกันเลยดีกว่า แนะนำให้ตั้งชื่อว่า mysql2json.php กัน

<?php
 $host="localhost";
 $user="username";
 $pass="password";
 $db="example";
 $dbh= new PDO("mysql:host=$host;dbname=$db",$user,$pass);
 $dbh->setAttribute(PDO::ATTR_ERRMODE, PDO::ERRMODE_EXCEPTION);

$result = $dbh->prepare("SELECT firstName, lastName FROM json");
$result->execute();
$return = [];
 foreach ($result as $row) {
    $return[] = [
       'firstName' => $row['firstName'],
       'lastName' => $row['lastName']
    ];
 }
 $dbh = null;

 header('Content-type: application/json');
 echo json_encode($return);

?>


หลังจากสร้างไฟล์เสร็จเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมตั้งชื่อว่า mysql2json.php จากนั้นทำการรันสคริปทดสอบดูโดยพิมพ์คำสั่ง php mysql2json.php จะต้องเห็นค่าต่างๆ ที่อยู่ในตาราง json แสดงออกมาผ่านเทอร์มินอลนั่นเอง การทดสอบสามารถทำได้โดยไม่ยาก สำหรับผู้เขียนเองยังต้องมีโครงการนำไปประยุกต์เพื่อทำการแลกเปลี่ยนข้อมูลมาตรฐานแบบ JSON กับหน่วยราชการที่ยอมรับเวบเซอร์วิสแบบนี้ ความคืบหน้าประการได้จะได้นำมาเล่าสู่กันฟังเป็นประสพการณ์กันในโอกาสต่อไป

วิธีการอ่านค่า JSON ไฟล์ไปจัดเก็บในโปรแกรมฐานข้อมูล MySql และ PHP

สำหรับเนื้อหาในวันนี้จะพาไปแนะนำวิธีการอ่านค่า JSON ไฟล์เพื่อนำไปจัดเก็บในโปรแกรมฐานข้อมูล Mysql และใช้โปรแกรม PHP ในการดำเนินการ JSON ย่อมาจาก Java Script Object Notation หรือเป็นมาตรฐานขนาดเล็กที่ใช้สำหรับแลกเปลี่ยนข้อมูล ง่ายสำหรับภาษามนุษย์และง่ายสำหรับเครื่องที่จะถอดรหัสหรือเข้ารหัส

ส่วนภาษา PHP วันนี้จะแนะนำการติดต่อกับโปรแกรมฐานข้อมูล MySql แบบ PDO เพื่อป้องกันการโจมตีแบบสคริปจากแฮกเกอร์ที่ทำได้หากใช้การติดต่อข้อมูลแบบเก่า

ขั้นตอนที่ 1  สร้างไฟล์ test.json เพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับป้อนเป็นอินพุทของระบบ ในตัวอย่างนี้ผู้เขียนจะสร้างแบบง่าย ๆ เน้นความเข้าใจในเนื้อหาเป็นหลัก สร้างไฟล์ test.json ตามแบบ

{"FirstName":"Daniel","LastName":"Simson"}

ขั้นตอนที่ 2 ให้ทดลองสร้างตาราง JSON สำหรับใช้ในการเก็บข้อมูล ตามตัวอย่าง
create table json(
id int not null AUTO_INCREMENT PRIMARY KEY,
firstName char(50) NOT NULL,
lastName char(50) NOT Null
)


ขั้นตอนที่ 3 จากนั้นให้ทำการสร้างโปรแกรม PHP script เพื่อทดสอบโดยการรันสคริปผ่านทางเทอร์มินอล แนะนำให้ตั้งชื่อว่า json2mysql.php

<?php
 $host="localhost";
 $user="username";
 $pass="password";
 $db="example";
 $dbh= new PDO("mysql:host=$host;dbname=$db",$user,$pass);
 $dbh->setAttribute(PDO::ATTR_ERRMODE, PDO::ERRMODE_EXCEPTION);

 $fo=fopen("test.json","r");
 $fr=fread($fo,filesize("test.json"));
 $ar=json_decode($fr,true);


 $query= $dbh->prepare("INSERT INTO json (firstName, lastName) VALUES ( :firstname, :lastname)");
 $query->bindParam(':firstname',$FirstName);
 $query->bindParam(':lastname',$LastName);
 $FirstName = $ar["FirstName"];
 $LastName = $ar["LastName"];

 $query->execute();

?>


ขั้นตอนที่ 4 เป็นการทดสอบการทำงานของสคริปให้ทดสอบโดยพิมพ์ตามตัวอย่างนี้
#php json2mysql.php

เป็นอันสิ้นสุดการทดลองสังเกตดีๆ ว่าหากรันสคริปผ่านต้องไม่มีข้อผิดพลาดใด ๆ เกิดขึ้นทั้งสิ้น จะเห็นได้ว่าวิธีการดำเนินการนี้สามารถทำได้แบบง่าย ๆ และรวดเร็วเพื่อใช้สำหรับศึกษาการทำงานเพื่อพัฒนาโปรแกรมที่มีความสลับซับซ้อนมากกว่านี้ในโอกาสต่อไป นอกจากนี้ผู้เขียนยังมีเวบไซต์ดี ๆ สำหรับให้บริการระบบ GPS ติดตามรถบรรทุก ด้วยสินค้าคุณภาพ ผ่านมาตรฐานจากสถาบันชั้นนำทั่วโลก บริการด้วยทีมงานวิศวกร ราคาประหยัด

วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2558

เมื่อเกิดหลงลืมพาสเวิร์ดแอดมินสำหรับเข้าไปแก้ไขเวบไซต์ CMS Joomla 2.5 ต้องทำยังไง

หลายวันก่อนผู้เขียนได้แก้ไขพาสเวิร์ดแอดมินสำหรับเข้าไปแก้ไขเวบไซต์ CMS Joomla 2.5 ด้วยความมั่นใจว่ายากมากที่จะเดาได้ ระดับความยากขั้นสูงสุด จากนั้นก็ไม่ได้เข้าไปอัพเดทข้อมูลใด ๆ มากว่า 3 เดือน วันนี้เองมีงานด่วนๆ มาและจำเป็นต้องเข้าไปแก้ไขข้อมูลเวบไซต์ กลายเป็นว่าแม้แต่ตัวเองก็ยังไม่สามารถเข้าใช้งานได้ จึงเป็นที่มาของวันนี้ "เมื่อเกิดหลงลืมพาสเวิร์ดแอดมินสำหรับเข้าไปแก้ไขเวบไซต์ CMS Joomla 2.5 ต้องทำยังไง"

หลังจากเพียรพยายามกว่า 20 หนก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะจำได้  ผู้เขียนจึงตัดสินใจเข้าไปแก้ไขข้อมูลที่โปรแกรมฐานข้อมูล MySql เองดีที่สุด

ขั้นตอนที่ 1 ผู้เขียนใช้วิธีล็อกอินเข้าไปเป็น root ของระบบจากนั้นใช้โปรแกรม mysqlclient เข้าไปตรวจสอบว่าฐานข้อมูลยังอยู่ปกติหรือไม่

 ขั้นตอนที่ 2 บัญชีรายชื่อของ admin ในระบบ CMS Joomla 2.5 จะอยู่ในตาราง _users 

ขั้นตอนที่ 3 ให้ดำเนินการแก้ไขข้อมูลเรคอร์ดของบัญชี admin โดยให้เปลี่ยนข้อมูล password กลับมาเป็นค่าที่เราตั้งไว้คือตัวอักษร secret

"d2064d358136996bd22421584a7cb33e:trd7TvKHx6dMeoMmBVxYmg0vuXEA4199"

 ไม่มีวี่แววว่าจะจำได้  ผู้เขียนจึงตัดสินใจเข้าไปแก้ไขข้อมูลที่โปรแกรมฐานข้อมูล MySql เองดีที่สุดทดสอบล็อกอินเข้าสู่ระบบด้วยรหัสผ่านใหม่ ตามที่ได้ตั้งตามขั้นตอนที่ 3 เป็นอันสิ้นสุดขั้นตอนการดำเนินการ พบว่าเราควรจะได้มีการจัดเก็บพาสเวิร์ดให้เป็นที่ หากมีปัญหาสามารถเรียกใช้ได้ทันที ไม่ก่อนให้เกิดข้อพิพาทระหว่างเรากับลูกค้า


ผู้เขียนต้องขอขอบพระคุณเวบไซต์ thai gps tracker ผู้นำด้านการให้บริการระบบติดตามรถด้วยทีมงานวิศวกรมืออาชีพ  สินค้านำเข้าจากโรงงานผู้ผลิตโดยตรง มั่นใจได้ว่าเป็นสินค้าที่มีราคาสมเหตุ่ผล ด้วยความมุ่งมั่นจะก้าวเป็นกลุ่มผู้ให้บริการระบบติดตามรถยนต์ อันดับต้น ๆ ของประเทศ

 





วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2558

เปิดเวบไซต์ใหม่บน webnode.com มีหลายขั้นตอน หลัก ๆ คือการทรานเฟอร์โดเมน

ยินดีต้อนรับสู่เวบไซต์ credit-thai.com ชุมชนของชาว "DIY" แชร์ประสพการณ์ทุก ๆ เรื่องที่ผ่านมือ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการนำไปใช้ในภายภาคหน้า หลังจากเวบไซต์ระบบ GPS TRACKING ของผู้เขียนถูกโจมตีอย่างหนัก ด้วยลิงค์สแปมจำนวนมากกว่า 600 ลิงค์ทำให้อันดับหรือสถานะเวบไซต์อยู่ในยามคับขัน วันนี้จึงเป็นที่มาของการสร้างไซต์สำรอง ไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน หากเวบไซต์หลักมีการโดนแบน ไม่ว่าจะเป็นอัลกอรึทึมใหม่ของกูเกิลเอง หรือว่าจากเวบไซต์คู่แข่ง

เป้าหมายในวันนี้ก็จะเป็นการสร้างเวบใหม่โดยใช้พื้นฐานของ web 2.0 สืบค้นไปมาก็คิดว่าน่าจะลองบน webnode.com ดูสักครั้ง เพราะเราไม่ต้องคอยเฝ้าพะวงกับเซิร์ฟเวอร์มีทีมงานเค้าดูแลให้ เวบไซต์ของผู้เขียนเองบนเซิร์ฟเวอร์ของทางบริษัทฯ เคยโดนปลอมmac address มาแล้ว ทำให้เข้าไม่ได้เลยทุก ๆ โดเมน ทางเจ้าหน้าที่ IDC เองไม่สามารถแก้ไขให้ได้ ครั้งนั้นเสียเวลาไปเป็นวัน สายเรียกจากลูกค้ารับแทบไม่ทัน

การทรานเฟอร์โดเมน บน webnode.com สามารถทำได้อย่างไรนั้นเราไปดูกันเลย สำหรับขั้นตอนการลงทะเบียนใช้งานจะไม่ได้กล่าวถึงในบทความนี้ เมื่อสามารถล็อกอินเข้าไปใช้งานหน้าจัดการเวบไซต์ได้แล้วให้เลือกไปที่หัวข้อ Domains and E-mails --> Domain management จากนั้นระบบจะให้เลือกว่าต้องการทรานเฟอร์โดเมนอะไรให้เราเลือกไปที่ Add an existing domain! หรือว่าโดเมนที่เราได้ซื้อไว้แล้ว สำหรับค่าใช้จ่ายในการทรานเฟอร์โดเมนอยู่ที่ราคา 18.95 USD หรือประมาณ 700 บาท ให้ดำเนินการจ่ายสตางค์ให้เรียบร้อย ระบบก็จะพาเราเข้าสู่ขั้นตอน Domain management 
ผู้เขียนรอเวลามาสามวันทาง webnode บอกว่าอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ ชักสงสัยว่าทำไม่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยในสามวันที่ผ่านมา ความเข้าใจก็คือระบบของ webnode.com ต้องจัดการให้เราอัตโนมัติ นึกเลยเถิดไปว่าในเอนจิ้นของwebnode.com มีเครื่องมือในการบริหารจัดการโดเมนเองด้วยรึ อะไรจะเก่งไปซะทุกเรื่อง? ลองคลิกไปที่โดเมน thai-gpstracker.com ดูสิว่าให้รออะไรอยู่

ก่อนจะไปดูขั้นตอนต่อไปเราไปดูค่าใช้จ่ายในการเปิดเวบไซต์ของ webnode.com กันก่อน
 
ราคาจะถูกแบ่งออกเป็น 3 แบบด้วยกัน แพงที่สุดเรียกว่า Profi สามารถใช้พื้นที่ความจุได้ถึง 5GB ไม่จำกัดแบนวิดช์ ให้เมลล์บ็อกซ์ถึง 100 ยูซเซอร์ สามารถตั้งค่าโดเมนเองได้ มีระบบป้องกันรหัสผ่าน มีระบบสมาชิกล็อกอิน รองรับหลายภาษา แบ็คอัพและกู้คืนข้อมูลได้ รองรับออฟไลน์ และมีเทมเพลตพรีเมี่ยม รองลงมาคือ Standard รองรับพื้นที่ความจุ 2GB จำกัดแบนวิดช์ที่ 10GB ให้ใช้เมลล์บ็อกซ์ 20 ยูสเซอร์ มีโดเมนเนมของตัวเอง มีระบบป้องกันรหัสผ่าน มีระบบสมาชิก รองรับหลายภาษา มีระบบท้ายกระดาษ และมีเทมเพลตพรีเมี่ยม และถูกที่สุดคือ Mini เป็นความตั้งใจของผู้เขียนเหมือนกันที่ต้องการใช้แบบนี้เพราะมีข้อจำกัดเรื่องค่าใช้จ่าย รองรับพื้นที่ความจุ 500MB จำกัดแบนวิดช์ที่ 3GB ให้แค่ 3 เมลล์บ็อกซ์ สามารถมีโดเมนของตัวเอง และมีเทมเพลตพรีเมี่ยม

สำหรับค่าใช้จ่ายแบบ Profi ราคาอยู่ที่ 24.95 USD หรือ 886.97 บาทต่อเดือน แบบ Standard ราคาอยู่ที่ 13.75 USD หรือ 488.81 บาทต่อเดือน และแบบ Mini ราคาอยู่ที่ 6.95 USD หรือ 247.07 บาทต่อเดือน แต่ทั้งหมดต้องจ่ายทั้ง 12 เดือนล่วงหน้า กลายเป็นแบบ Profi ต้องจ่ายถึง 300 USD ต่อปีหรือประมาณ 10,778 บาทต่อปีทีเดียวนับว่าแพงพอสมควร หากเลือกแบบ Standard ต้องจ่ายเงิน 165 USD หรือ 5,940 บาทต่อปี ส่วนแบบถูกสุด Mini ต้องจ่ายเงิน 83.4 USD หรือ 3,002 บาทต่อปี ดูความสามารถในการจ่ายเงินเป็นหลักครับ

กลับเข้ามาสู่ขั้นตอนการแก้ปัญหาเรื่องนี้กันก่อน ให้คลิกไปที่ชื่อโดเมน thai-gpstracker.com จากนั้นจะปรากฏหน้าต่างใหม่ตามรูปด้านล่าง ให้เลือกไปที่ instruction หรือทำตามคำแนะนำ


หลังจากนั้นทำตามคำแนะนำ สำหรับผู้เขียนจดทะเบียนโดเมนเนมใหม่ไว้กับ godaddy.com ก็เข้าไปปรับแก้ตามขั้นตอนรายละเอียดการดำเนินการเกี่ยวกับโดเมนเนมคงยังไม่กล่าวถึงเนื้อหาสำหรับบทความนี้

การตั้งค่าเวบไซต์ให้ดำเนินการดังนี้
Domain nameTypeValue
wwwCNAMEthai-gpstracker-com.webnode.com.
filesCNAMEfiles.thai-gpstracker-com.webnode.com.
การตั้งค่าเวบไซต์สำหรับโมบายให้ดำเนินการตามนี้

Domain nameTypeValue
mCNAMEthai-gpstracker-com.webnode.com.
การตั้งค่าสำหรับรับส่งเมลล์ ให้ดำเนินการตามนี้

Domain nameTypePriorityServer
@MX10thai-gpstracker-com.mx1.mail2.webnode.com.
@MX20thai-gpstracker-com.mx2.mail2.webnode.com.
@MX30thai-gpstracker-com.mx3.mail2.webnode.com.


เมื่อดำเนินการเสร็จสิ้น เราก็กลับไปตรวจสอบสถานะที่หน้าบริหาร webnode.com จะต้องได้สถานะตามรูปด้านล่าง thai-gpstracker.com / Primary domain


ปรบมือให้กับตัวเองดัง ๆ เราทำสำเร็จ ลองทดสอบเวบไซต์ใหม่ของเราได้แล้ว ให้พิมพ์ url ขึ้นต้นด้วย www ตามตัวอย่าง http://www.thai-gpstracker.com จะต้องสามารถลิงค์ไปหน้าเวบไซต์ใหม่ของเราได้ทันที สำหรับเนื้อหาในการปรับแต่งwebnodeตามที่ได้ทดลองดูเบื้องต้นก็รู้สึกชอบ ใช้ง่ายและเป็นมิตรกับผู้ใช้ ตัวเวบเองมีความยืดหยุ่นพอสมควร อย่างไรก็ตามผู้เขียนขอฝากเวบไซต์ใหม่ไว้ด้วย ณ โอกาสนี้